
เรียน เจ้าหน้าที่
รบกวนสอบถามเรื่องการตัดบัญชีวัตถุดิบค่ะ
ถ้าบริษัทบีโอไอ A ในประเทศจะขายผลิตภัณฑ์ให้บริษัท B งั้นบริษัท A ต้องบันทึกในระบบบีโอไอไหมคะ ว่าได้ขายผลิตภัณฑ์ไปให้บริษัท B จำนวนเท่าไรคะ ขั้นตอนคืออะไรคะ
A -> B -> ส่งออก
A จำหน่ายสินค้า/ชิ้นส่วนให้ B เพื่อนำไปผลิตต่อและส่งออก
เมื่อ B ส่งออก จะตัดบัญชีวัตถุดิบในส่วนของของตนเอง และจะต้องโอนสิทธิตัดบัญชีวัตถุดิบที่ซื้อจาก A ให้กับ A ในรูป report-v
เพื่อ A จะได้นำไป report-v ไปตัดบัญชีวัตถุดิบในส่วนของตนเองต่อไป
ปัจจุบัน ระบบยังไม่รองรับให้บันทึกข้อมูลซื้อขายระหว่าง A และ B
ดังนั้น A และ B จึงต้องทำหลักฐานเพื่อควบคุมยอดบาลานส์ของการขายและการรับโอนสิทธิระหว่างกันและกันขึ้นเอง ครับ
รับทราบค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
บริษัทขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
การซื้อขายบริษัท BOI กับบริษัทBOI ถ้าต้องการโอนสิธิ์(report V ) ที่สำคัญก็คือชื่อของสองบริษัทต้องเหมือนกัน
งั้นชื่อหลักวัตถุดิบของบริษัท B จำเป็นต้องตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท A ไหมคะ หรือว่าแค่ชื่อรองวัตถุดิบตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์ของ A ก็พอคะ
A -> B -> ส่งออก
ชื่อสินค้าของ A ต้องตรงกับชื่อรองของวัตถุดิบในบัญชีสต็อกวัตถุดิบของ B จึงจะโอนสิทธิได้
ส่วนชื่อหลักจะเป็นชื่อเดียวกับชื่อรองหรือไม่ ไม่เป็นปัญหาอะไรครับ
รบกวนสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
ตอนแรก บริษัท A (BOI)ขายผลิตภัณฑ์ >บริษัท B(BOI) -> ส่งออก
ถ้าบริษัท B สามารถไปชำระภาษีส่วนของบริษัท A ตามสภาพวัตถุดิบกับกรมศุล แล้วค่อยเอาหลักฐานการชำระภาษีแนบไว้ให้บริษัท A เพื่อตัดบัญชี จะได้หรือไม่คะ
วิธีดังกล่าวมีข้อสังเกตคือ
1. กรมศุลกากรอนุญาตให้ B ชำระภาษีอากรและค่าปรับ แทน A โดยออกใบเสร็จรับเงินในชื่อของ B หรือไม่
2. B จะแสดงเจตนาว่าการชำระภาษีดังกล่าว เป็นการชำระภาษีของวัตถุดิบที่ A นำเข้าโดยใช้สิทธิมาตรา 36 แต่ไม่ได้นำไปส่งออก อย่างไร
3. จะพิสูจน์ความสัมพันธ์ว่า B เกี่ยวข้องอย่างไร จึงชำระภาษีแทน A
4. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีอากรวัตถุดิบ
เป็นหลักฐานการตัดบัญชีกรณีอื่นๆ ตามที่ BOI อนุมัติ เช่น A ขอชำระภาษีอากรวัตถุดิบที่ไม่ได้นำไปส่งออก
แต่ไม่เป็นเอกสารที่ใช้แทนใบขนสินค้าขาออกหรือ report-v เพื่อตัดบัญชีวัตถุดิบ
สรุปคือ ไม่มีระเบียบปฏิบัติของ BOI ที่รองรับวิธีดังกล่าว จึงไม่น่าจะทำได้ครับ