หน้าแรก | สาระน่ารู้

กฎระเบียบควรรู้ : มาตรา 19 ทวิ ของกรมศุลกากร กับมาตรา 36 ของบีโอไอ

ที่มา : วารสารส่งเสริมการลงทุน เดือนสิงหาคม 2554
โดย : คุณสถาปนา พรหมบุญ
นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการ
สำนักบริหารการลงทุน 1


  1. การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรคืออะไร แตกต่างจากการใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36 ของบีโอไออย่างไร

    ตอบ : การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 เป็นการคืนค่าภาษีอาหรสำหรับวัตถุดิบที่นำเข้า ได้แก่ อากรขาเข้า ค่าธรรมเนียมภาษีอื่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย ที่ผู้นำของเข้าได้ชำระหรือวางประกันไว้ขณะนำเข้า เมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้นำวัตถุดิบนั้นไปผลิต ผสม ประกอบ หรือบรรจุเป็นสินค้าส่งออก ก็จะได้รับการคืนอากร โดยจะคำนวณค่าภาษีอากรที่คืนให้ตามสูตรการผลิต ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องผลิตส่งออกภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้นำเข้า และต้องขอคืนเงินอากรภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ส่งของนั้นออกไป ทั้งนี้ จะต้องขึ้นทะเบียนการขอใช้สิทธิ์ 19 ทวิ กับกรมศุลกากรก่อนการใช้สิทธิ์

    หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

    1. ของที่นำเข้ามา ต้องนำมาผลิต หรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุ แล้วส่งออกไปต่างประเทศ หรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือเดินทางไปต่างประเทศ
    2. ของที่นำเข้ามา ต้องมิใช่ของที่กฎกระทรวงระบุห้ามคืนเงินอากร
    3. ปริมาณของที่นำเข้า ซึ่งใช้ในการผลิต หรือผสม หรือประกอบ หรือบรรจุเป็นของที่ส่งออก ให้ถือตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นชอบ หรือประกาศกำหนดไว้
    4. ของนั้นต้องส่งออกไปทางท่า หรือที่สำหรับการส่งออก ซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้า
    5. ของนั้นได้ส่งออกไปภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นำของซึ่งใช้ในการผลิต ผสม หรือประกอบเป็นของที่ส่งออก หรือใช้บรรจุของที่ส่งออกเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถส่งออกภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ อธิบดีกรมศุลกากรอาจขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน 6 เดือน
    6. ผู้นำของเข้าต้องขอคืนอากรภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ส่งของนั้นออกไป แต่อธิบดีกรมศุลการกรจะขยายเวลาออกไป ตามที่เห็นสมควรได้

    ของที่ได้คืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ

    1. วัตถุดิบที่เห็นได้ชัดว่ามีอยู่ในของที่ผลิตเพื่อส่งออก
    2. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยตรงที่มีอยู่ในของที่ผลิตส่งออก แต่ไม่ปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน
    3. วัตถุดิบจำเป็นที่ใช้ในการผลิต

    ของที่ไม่ได้รับคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ

    1. เครื่องจักร เครื่องมือ แม่พิมพ์ (Mould) เครื่องใช้ในการผลิตชนิดต่างๆ
    2. เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิต

          ข้อแตกต่างระหว่างมาตรา 19 ทวิ กับ มาตรา 36 ของบีโอไอ คือ มาตรา 19 ทวิ จะต้องชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบไปก่อน จะขอคืนอากรเมื่อได้ส่งออกวัตถุดิบนั้นไปแล้ว โดยไม่ได้คำนึงถึงเครื่องจักร ขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะผลิตเอง หรือจ้างคนอื่นผลิต เป็นโครงการที่ทำอยู่เดิมหรือโครงการใหม่ก็ได้ แต่ต้องมีการส่งออกวัตถุดิบนั้นไปต่างประเทศ ก่อนการส่งสินค้าออกจะต้องมีการยื่นสูตรการผลิตต่อกรมศุลกากร หรือหากเคยมีการยื่นสูตรไว้แล้ว ก็ให้อ้างสูตรนั้นๆ ทุกครั้งที่มีการส่งออก
          ส่วนมาตรา 36 ของบีโอไอจะต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมฯ เป็นโครงการใหม่ มีเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการตามที่ระบุ มีกระบวนการผลิตตามที่ได้รับอนุมัติ โดยจะต้องยื่นขออนุมัติสูตรการผลิตและปริมาณสต๊อกสูงสุดด้วย
          มาตรา 36 ของบีโอไอ จะมีข้อได้เปรียบมาตรา 19 ทวิ ตรงที่ไม่ต้องชำระอากรขาเข้าไปก่อน แล้วขอคืนเมื่อส่งออก ซึ่งจะทำให้ต้องมีเงินสำรองไว้สำหรับการนี้โดยเฉพาะ หรืออาจต้องกู้เงินมาเพื่อชำระอากรขาเข้า ซึ่งจะมีภาระดอกเบี้ย รวมทั้งกรณีที่เป็นวัสดุจำเป็นและส่วนสูญเสียในการผลิตก็ไม่สามารถขอคืนอากรขาเข้าได้
          นอกจากนั้น มาตรา 36 สามารถค้ำประกันและถอนค้ำประกันภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ส่วนมาตรา 19 ทวิ จะต้องชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
          มาตรา 36 ของบีโอไอ อาจจะมีข้อเสียเปรียบมาตรา 19 ทวิ บ้าง เช่น จะต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด มีความละเอียดซับซ้อนพอสมควร บริษัทควรมีบุคลากรที่ดูแลงานด้านนี้โดยตรง เนื่องจากหากมีการปฏิบัติผิดพลาดแล้ว จะทำให้มีภาระภาษีย้อนหลัง

  2. บริษัทได้รับการส่งเสริมฯ หากต้องการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อส่งออก โดยไม่ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 36 ของบีโอไอ สามารถไปใช้สิทธิ์ตามมาตรการอื่นได้หรือไม่ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของบีโอไอ จะยังได้รับอยู่หรือไม่
    ตอบ : ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมฯ สามารถเลืกใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบของบีโอไอ หรืตามมาตรการอื่นก็ได้ แล้วแต่ว่าวิธีใดจะสะดวก รวดเร็ว หรือประหยัดสำหรับบริษัทมากกว่า แต่ควรจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากจะไม่สามารถแยกได้ว่าวัตถุดิบรายการใดใช้สิทธิ์ใด อาจจะเกิดการใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อนกันได้ เช่น บริษัทตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ก็สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้าเช่นกัน หรือการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี เช่น AFTA หรือ JTEPA หรือการใช้สิทธิ์การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร เป็นต้น
          การที่บริษัทใช้สิทธิ์ตามมาตรการอื่น ไม่ได้ทำให้บริษัทเสียสิทธิและประโยชน์ที่ได้รับการส่งเสริมฯ จากบีโอไอแต่อย่างใด
  3. บริษัทมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมฯ 2 โครงการ หากโครงการแรกใช้สิทธิ์ตามมาตรา 36 ของบีโอไอ แต่โครงการที่ 2 ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) จะใช้สิทธิ์นำเข้าวัตถุดิบของ Free Zone ได้หรือไม่
    ตอบ : สามารถทำได้ ถึงแม้จะเป็นบริษัทเดียวกัน เพราะการให้การส่งเสริมฯ ของบีโอไอ เป็นการให้แต่ละโครงการอยู่แล้ว
  4. หากบริษัทได้รับการส่งเสริมฯ แล้วใช้สิทธิ์ตามมาตรา 19 ทวิ อยู่ก่อนแล้ว ต้องการจะเปลี่ยนมาใช้สิทธิ์ตามมาตรา 36 ของบีโอไอ จะสามารถทำได้หรือไม่
    ตอบ : สามารถทำได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าบริษัทได้รับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน และยังคงมีระยะเวลานำเข้าเหลืออยู่ แต่บริษัทจะต้องยกเลิกสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 19 ทวิ ให้ครบถ้วนทุกรายการ จากนั้นจึงทำเรื่องขออนุมัติปริมาณสต๊อกสูงสุดและสูตรการผลิตกับบีโอไอต่อไป
          ทั้งนี้ หากมีการใช้มาตรา 19 ทวิ กับส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมฯ ไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้สิทธิ์กับบีโอไอได้
  5. หากบริษัทไม่ได้รับการส่งเสริมฯ และใช้สิทธิ์ตามมาตรา 19 ทวิ อยู่แล้ว จะสามารถเปลี่ยนมาใช้สิทธิ์ตามมาตรา 36 ของบีโอไอหรือไม่
    ตอบ : สามารถขอรับการส่งเสริมฯ ตามมาตรการให้การส่งเสริมฯ แก่กิจการที่ประกอบการอยู่เดิมให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36 (1) และ 36 (2) ได้ หากประกอบธุรกิจตามประเภทกิจการที่บีโอไอกำหนด
  6. บริษัทที่ได้รับบีโอไอแล้วใช้สิทธิ์ตามมาตรา 36 สามารถซื้อของต่อจากบริษัทที่ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 19 ทวิ เพื่อนำมาผลิตแล้วส่งออกได้หรือไม่
    ตอบ : ได้ โดยผู้ส่งออกที่เป็นบริษัทบีโอไอ จะต้องระบุรายละเอียดการโอนสิทธิ์ให้บริษัทที่ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 19 ทวิ ในการยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการยื่นตารางโอนสิทธิ์ เมื่อผู้ส่งของออกยื่นตารางโอนสิทธิ์ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบจะนำข้อมูลการโอนสิทธิ์ลงในฐานข้อมูลของกรมศุลกากร หากถูกต้อง กรมศุลกากรจะออกเลขที่ตารางโอนสิทธิ์ และแจ้งให้ผู้ยื่นทราบในทันที เพื่อนำเลขที่ตารางโอนสิทธิ์นั้น ไปสำแดงในขณะส่งออก
  7. ตารางโอนสิทธิ์คืออะไร
    ตอบ : ตารางโอนสิทธิ์ คือ ตารางข้อมูลที่ผู้ส่งของออกแสดงต่อกรมศุลกากรว่ายินยอมให้ผู้นำของเข้ารายใด นำข้อมูลการส่งออกของตนไปใช้ในการตัดบัญชีวัตถุดิบของที่นำเข้า เพื่อใช้สิทธิ์ขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ
          ในกรณีที่ผู้นำของเข้าเป็นบุคคคนละคนกับผู้ส่งของออก ผู้ส่งของออกจะต้องแจ้งต่อกรมศุลกากรว่า ผู้ส่งของออกยินยอมให้ผู้นำของเข้ารายใด นำข้อมูลการส่งออกของตนไปใช้ในการตัดบัญชีวัตถุดิบเพื่อขอคืนอากรขาเข้า ซึ่งเดิมกรมศุลกากรกำหนดวิธีปฏิบัติให้ผู้ส่งของออกแจ้งในขณะส่งออก โดยบันทึกรายละเอียดการโอนสิทธิ์ลงในใบแนบใบขนสินค้าขาออก
          ต่อมากรมศุลกากรได้นำระบบผ่านพิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารมาใช้ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ระบบดังกล่าว ผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออก จะสำแดงข้อมูลสินค้าและรายละเอียดต่างๆ ทางระบบอิเล็กรทรอนิกส์ โดยไม่ต้องพิมพ์เอกสารใบขนสินค้าขาเข้าและใบขนสินค้าขาออก รวมทั้งยกเลิกการจัดทำใบแนบใบขนสินค้าขาออกด้วย กรมศุลกากรจึงต้องเปลี่ยนวิธีการแจ้งข้อมูลการโอนสิทธิ์ เพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ จากเดิมที่เคยใช้วิธีสำแดงข้อมูลในใบแนบใบขนสินค้าขาออก มาเป็นการยื่นข้อมูลการโอนสิทธิ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลการโอนสิทธิ์ไว้ในฐานข้อมูลของกรมศุลกากร และเพื่อรองรับการคืนอากรในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - Drawback) ด้วย
          ผู้มีหน้าที่ยื่นตารางโอนสิทธิ์ จะต้องเป็นผู้ส่งของออก ที่ผ่านพิธีการในระบบพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e - Export) และมีความประสงค์จะโอนสิทธิ์การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้นำของเข้าตามมาตรา 19 ทวิ โดยยินยอมให้ผู้นำของเข้านั้นๆ นำข้อมูลการส่งออกของตนไปใช้ในการตัดบัญชีวัตถุดิบ
  8. หากบริษัทเปลี่ยนการใช้สิทธิ์จาก 19 ทวิ มาเป็นมาตรา 36 ของบีโอไอ แต่ยังมีวัตถุดิบที่นำเข้ามาโดยใช้มาตรา 19 ทวิ เหลืออยู่ บริษัทสามารถนำมาผลิตเพื่อส่งออก และโอนสิทธิ์การตัดบัญชีจากบีโอไอเป็น 19 ทวิ และไปขอคืนอากรที่กรมศุลกากร ได้หรือไม่
    ตอบ : ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ ของที่นำเข้ามาโดย 19 ทวิ ก็ต้องขอคืนอากรตามขั้นตอนของ 19 ทวิ เพื่อป้องกันปัญหานี้ บริษัทควรต้องเคลียร์วัตถุดิบที่นำเข้าตามมาตรา 19 ทวิ ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเปลี่ยนมาใช้สิทธิ์มาตรา 36 ของบีโอไอ
  9. หากบริษัทที่ใช้สิทธิตามมาตรา 19 ทวิ นำเข้าวัตถุดิบมาแล้วเกิดปัญหาไฟไหม้โกดังเก็บวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ จะมีปัญหาหรือไม่
    ตอบ : ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดหากไม่ได้ส่งออก เนื่องจากบริษัทได้ชำระอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบนั้นไปแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าที่ได้รับชำระอากรนั้น มาขอคืนอากรได้

(ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2554)

หน้าแรก | สาระน่ารู้


views 12,383
Total pageviews 1,439,766 since Jan 2014

FAQ 108 คำถามกับงานส่งเสริมการลงทุน
เว็บไซต์ | เฟสบุ๊ค | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา
Copyright © FAQ 108 COMPANY LIMITED. All rights reserved.