ขอยกตัวอย่างใหม่ เพื่อความสะดวกในการอธิบาย ดังนี้
บริษัท A ได้รับส่งเสริมผลิตตู้เย็น
โดยจะนำเข้าสายไฟ (Electric wire) แล้วนำไปว่าจ้างบริษัท B ผลิตเป็นชุดสายไฟ (Wire Harness)
แล้วนำมาประกอบต่อ เป็นตู้เย็น
บริษัท B ได้รับส่งเสริมผลิตชุดสายไฟ (Wire Harness)
โดยจะรับสายไฟจากบริษัท A มาประกอบกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่บริษัท B จัดซื้อมาเอง เช่น Terminal, Connector
แล้วส่งมอบให้บริษัท A โดยได้รับผลตอบแทนเป็นค่าจ้างทำของ ซึ่งรวมต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ของบริษัท B ด้วยแล้ว
กรณีข้างต้นนี้ อาจมี 2 วิธี
แต่ขอแจ้งคำตอบไว้ก่อนล่วงหน้าว่า ระบบปัจจุบันของ BOI ไม่สามารถรองรับทั้ง 2 วิธี
วิธีที่ 1 เป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักการ คือ
A นำใบขนขาออกพัดลม มาตัดบัญชีตามสูตรการผลิตพัดลม พร้อมกับโอนสิทธิการตัดบัญชี Wire Harness ให้กับ B
B นำ report-V มาตัดบัญชีตามสูตรการผลิต Wire Harness พร้อมกับโอนสิทธิตัดบัญชี Electric wire ให้กับ A
A นำ report-V มา ......
วิธีที่ 2 อาจเป็นทางเลือก แต่ไม่ตรงกับหลักการปัจจุบันของ BOI คือ
A นำสูตรการผลิต Wire Harness ของ B มารวมอยู่ในบัญชีสต็อก/และสูตรการผลิตของ A
A นำใบขนขาออกพัดลม มาตัดบัญชีตามสูตรการผลิตพัดลม พร้อมกับโอนสิทธิการตัดบัญชี Terminal, Connector ให้กับ B
B นำ report-V มา .....
ปัจจุบัน IC อนุญาตให้นำ report-V มาใช้เฉพาะเพื่อการตัดบัญชีเท่านั้น
โดยชื่อที่รับโอนตาม report-V จะต้องตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์ตามสูตรการผลิต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ของผู้ที่ได้รับโอนสิทธิ
ตามวิธีที่ 1 : A จะได้รับ report-V เป็น electric wire ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมของ A
ตามวิธีที่ 2 : B จะได้รับ report-V เป็น Terminal, Connector ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมของ B
ทั้ง 2 กรณีจึงไม่สามารถนำ report-V ที่ได้รับไปดำเนินการต่อได้
การจะให้ผู้ที่ได้รับโอน report-V นำ report-V นั้นไปปรับยอดวัตถุดิบ
จะเป็นช่องทางให้เกิดการนำวัตถุดิบตามสิทธิ BOI ไปจำหน่าย แล้วรับ report-V กลับมาปรับยอด
ซึ่งหากจะนำวัตถุดิบ BOI ไปจำหน่ายในเชิงธุรกิจ ก็สามารถทำได้ หากได้รับส่งเสริมในกิจการ IPO
(ไม่ได้หมายถึงในคำถามข้อนี้)
กรณีคำถามข้อนี้ บริษัท A อาจจำเป็นต้องปรับวิธีการ เพื่อให้ระบบสามารถรองรับได้
เช่น อาจให้ B เป็นผู้นำเข้าสายไฟ หรืออาจให้ IPO เป็นผู้นำเข้าสายไฟ หรือวิธีอื่น ครับ